SMART-PARADISE.NET

เราจะสำเร็จไปด้วยกัน

*
My marquee text
 
วันนี้จะเจาะประเด็นไปที่ เฟซบุ๊ค (Facebook) แห่งเดียวเลย ซึ่งถ้าพูดถึงการทำการตลาดผ่าน Social Network แล้วล่ะก็ Facebook เป็นเว็บที่มีเครื่องมือในการทำการตลาดที่ทรงพลังมากที่สุดเลยทีเดียวครับ

แต่ก่อนที่จะทำการโปรโมท หรือนำเสนออะไรออกไปบน Facebook ขอให้ศึกษาเครื่องมือต่างๆ ที่ Facebook มีให้สำหรับใช้ทำการตลาดให้ดีก่อนนะครับ ไม่อย่างนั้นแล้ว อาจจะเป็นผลเสียต่อธุรกิจของเพื่อนๆ เองได้ ซึ่งมีตัวอย่างจากหลายๆ ธุรกิจที่พยายามจะใช้ Facebook ในการหาคน ขายสินค้า หรือขยายเครือข่าย แต่ทำกันแบบผิดวิธีก็มีให้เห็นกันเต็ม Facebook ไปหมด ผมจะแยกให้เห็นวิธีที่ผิด กับวิธีที่ถูกต้องให้ดูนะครับ แล้วจะเห็นว่า มันคนละเรื่องกันเลย เรามาดูวิธีทีผิดก่อนแล้วกัน

การทำตลาดบน Facebook แบบผิดวิธี

  1. Wall Spam คนกลุ่มนี้จะนำข้อความโปรโมทธุรกิจ/สินค้า ไปโพสโปรโมทบนกระดานข้อความของผู้อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาติจากเจ้าของ... ลองนึกถึงคนที่คุณไม่รู้จักบังเอิญเจอกันริมถนน เดินตรงเข้ามาหาคุณ แล้วยื่นกระปุกอาหารเสริมส่งมาให้คุณ แล้วบอกว่า ซื้อสิ 250 บาทเอง สรรพคุณดีอย่างนั้นอย่างนี้ บลา บลา บลา... สิ่งแรกที่คุณทำคืออะไรครับ?... ถ้าเป็นผม ผมจะถอยออกมาห่างๆ หรือเอี้ยวตัวหลบ แล้วเดินหนีไปเลย เพราะผมไม่ไว้ใจ ไม่รู้ว่ามาดีหรือร้าย ไม่มีการทักทาย ไม่มีการแนะนำตัวว่าตัวเองเป็นใคร อยู่ๆ มาขายของโดยไม่รู้จักกัน เป็นใครก็หนีล่ะครับ วิธีทำการตลาดแบบนี้ เรียกได้ว่าไม่ฉลาดเอาซะเลย
  2. Tag Spam คนกลุ่มนี้พอจะฉลาดขึ้นมานิดหน่อย เพราะช่วงแรกก็มีคนหลงกลไปเยอะเหมือนกัน คนกลุ่มนี้จะใช้รูปภาพสาวน่ารักๆ บ้าง รูปคนถือเงินบ้าง ถ่ายรูปคู่กับรถหรูบ้าง...ฯลฯ... อัพโหลดขึ้นไปบน Profile ของตน แล้วติด Tag ชื่อเพื่อน (เพื่อนที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้จัก เพราะแอดชื่อไปทั่ว มั่วแหลก) ให้ว่อนไปทั่ว Facebook บางคนถึงกับหารูปภาพโชว์ขาอ่อน โชว์อกอึ๋มกันเลยก็มี... เอ่อ!!... สรุปว่า ขายอะไรกันแน่ครับ? = ='
    Do not Spam Facebook

สองข้อข้างบนนี้ เป็นการทำ SPAM บน Facebook ถ้าคุณเป็นผู้ทำสิ่งเหล่านี้ ภาพสะท้อนของคุณก็จะติดลบทันที ผู้คนจะรำคาญสิ่งที่คุณทำ ไม่พอใจคุณ หรือถึงขั้นโพสด่าคุณกลับไปก็มีให้เห็นกันเยอะแยะนะครับ หรืออาจถึงขั้นนัดท้าตีท้าต่อยกันก็เป็นได้ทั้งนั้น เมื่อคุณสร้างความรำคาญ หรือความโกรธแค้นให้แก่ผู้อื่น ใครเขาอยากจะร่วมธุรกิจ หรือซื้อสินค้ากับคุณล่ะ จริงมั้ยครับ?

*** จำไว้ว่า ภาพลักษณ์ที่เสียหายไปแล้ว มันยากที่จะทำให้ดีได้เหมือนเดิม มันคือจุดเริ่มต้นของธุรกิจที่ล้มเหลว กรุณาอย่าทำนะครับ ***

และหากคุณโดนติด tag และรำคาญโฆษณาเหล่านี้ ลองดูวิธีการป้องกันง่ายๆ ได้ที่บทความ วิธีป้องกันการแท็กในรูป Facebook  คุณอาจจะบล็อกคนเหล่านั้นไปเลยก็ได้ครับ และแจ้ง Report กลับไปยัง Facebook ว่าภาพเหล่านั้นเป็น Spam ถ้ามีแจ้งไปเยอะๆ เดี๋ยวทาง Facebook เขาก็จะจัดการแบนให้เราเองครับ

แต่ทางป้องกันที่ดีที่สุดก็คือ ตรวจสอบ Profile ก่อนที่จะรับใครเป็นเพื่อนใน Facebook อย่าเห็นแก่ภาพน่ารักๆ แล้วรีับรับเป็นเพื่อน เพราะใครๆ ก็ใส่ภาพพวกนั้นกันได้ทั้งนั้น อาจจะไม่ใช่ภาพของเจ้าของ Profile นั้นก็ได้ครับ

ทีนี้เรามาดู Facebook Marketing แบบถูกวิธีกันดีกว่าครับ

Facebook มีเครื่องมือให้เราเลือกใช้อยู่ 3 ส่วน หลักๆ คือ

  1. Profile เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล มีระบบตั้งค่าความเป็นส่วนตัวได้สูงมาก
  2. Group กลุ่ม คือการรวมตัวของกลุ่มบุคคลที่สนใจในเรื่องเดียวกัน หรือร่วมงานกัน
  3. Page คือการสร้างหน้าโปรโมทแบรนด์สินค้า หรือโปรโมทธุรกิจ ที่คุณกำลังทำอยู่ สามารถมองเห็นได้ แม้ไม่ได้ Login (มีความเป็นสาธารณะสูง) กด Like เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวใน Page นั้นๆ (Fan Page)

ทั้ง 3 ส่วนนี้ ดูผิวเผินหน้าตาจะคล้ายๆ กัน จนดูแทบไม่ออก แต่ฟังก์ชั่นการทำงานนั้นแตกต่างกันอย่างชัดเจน

Profile

Facebook Profileเมื่อคุณสมัคร Facebook ครั้งแรก คุณจะได้โปรไฟล์ส่วนบุคคล (Profile) เป็นชื่อของคุณเอง ส่วนนี้ไม่ใช่ที่สำหรับทำธุรกิจ คุณสามารถตั้งค่าความเป็นส่วนตัวได้ในระดับที่ลึกมากขนาดว่า ถ้าไม่ใช่เพื่อน จะไม่มีสิทธิ์เห็นข้อมูลของคุณ หรือแม้แต่เพื่อนบางคนก็ยังไม่สามารถมองเห็น หรือโพสกระดานข้อความของคุณได้เลยด้วยซ้ำหากคุณไม่อนุญาต ถ้าคุณจะเข้าไปดู Profile ของใครสักคน คุณต้อง Login Facebook ก่อน และบางทีเขาอาจจะต้องรับ Add Friend จากคุณก่อนด้วยซ้ำครับ คุณจึงจะเห็น Profile ของเขา ขึ้นอยู่กับการอนุญาตของเขาครับ

หากจะนำมาใช้โปรโมทธุรกิจ ก็จะมีข้อจำกัดอยู่มากมาย เพราะมันไม่ใช่เครื่องมือทำธุรกิจครับ เช่น ไม่มีกราฟแสดงสถิติต่างๆ การส่ง Message หาเพื่อนๆ ก็ส่งได้ไม่เกินครั้งละ 20 คน หรือจะติด Tag ชื่อเพื่อนๆ ในรูป ก็ได้ไม่เกิน 50 ชื่อต่อ 1 รูป และในแต่ละ Profile คุณสามารถมีเพื่อนได้แค่ไม่เกิน 5,000 คนครับ (นี่คือสิ่งที่หลายคนไม่รู้) ซึ่งมันไม่เหมาะในการทำธุรกิจเอาซะเลย... สิ่งเหล่านี้เขามีไว้ให้สำหรับการใช้งานแบบบุคคลปกติครับ

แต่คนไม่ปกติบางคน ก็ใช้วิธีสมัครหลายๆ Profile ครับ แล้วก็นำ Profile เหล่านี้ไปติด tag ชื่อเพื่อนกันเป็นร้อยเป็นพัน โดยการอัพโหลดรูปเดียวกันซ้ำๆ แล้วติด tag รูปละ 50 ชื่อ... ถ้าติด 20 รูป ก็ได้แล้ว 1,000 ชื่อ... แน่นอนครับ คนเห็นเยอะจริง... แต่คนเกลียดคุณก็เยอะขึ้นด้วยไงล่ะ รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าทำนะครับ หันมาใช้ของให้ถูกประเภทกันดีกว่า

Profile มีไว้ให้คุณสื่อสาร สร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนของคุณ จะเอาไว้เล่นเกมส์ก็ได้ และบ่อยครั้งที่ผมรู้จักเพื่อนใหม่ๆ ผ่านเกมส์บน Facebook และใน Proflie จะสามารถติดตั้ง Application ต่างๆ ได้มากมายนับไม่ถ้วนกันเลย ไม่ว่าจะเป็นเกมส์สุดฮิตอย่าง FarmVille, Cafe' World, Restaurant City, CityVille, Mafia Wars, FishVille, ฯลฯ... หรือแบบทดสอบ (Quiz) กวนๆ เพื่อสร้างสีสัน เป็นกิจกรรมสร้างความสนุกสนานบน Facebook ให้เราและเพื่อนๆ ได้มีกิจกรรมในสังคมออนไลน์ร่วมกันนั่นเอง เราสามารถใช้ Application ต่างๆ เหล่านี้ในการเชื่อมความสัมพันธ์กับเพื่อนใหม่ๆ ได้อย่างดีเลย และยังมี Application ที่เชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ หรือเว็บไซต์ต่างๆ อีกมากมาย ลองไปใช้งานกันดูนะครับ

Group

หากคุณมีกลุ่มเพื่อน กลุ่มทีมงานอยู่แล้ว คุณก็สามารถสร้างเป็น Group ขึ้นมาเพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารเฉพาะกลุ่มนั้นๆ การใช้งาน Group ถ้าเป็นแบบเก่า คุณสามรถส่งข้อความหาสมาชิกในกลุ่มได้ แต่ไม่เกิน 5,000 คน ถ้า Group ของคุณมีสมาชิกคนที่ 5,001 เมื่อไหร่ ฟังก์ชั่นส่งข้อความหาสมาชิกในกลุ่ม จะหายไปทันที

แต่ถ้าเป็น Group แบบใหม่ (เริ่มตั้งแต่ ตุลาคม 2010) จะไม่มีฟังก์ชั่นส่งข้อความหาสมาชิกใน Group แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาคือ มีฟังก์ชั่นแชทกันเป็นกลุ่ม เมื่อมีสมาชิกเข้ามาโพสบนกระดานข้อความของกลุ่ม ระบบจะแจ้งไปยังอีเมล์ของทุกคนในกลุ่มให้รับทราบด้วยครับ

Group อาจจะใช้ในการสร้างความสัมพันธ์ในทีมงาน หรือเพื่อการนัดสังสรร หรือจัดอบรมให้ความรู้กับทีม หรือให้ข้อมูลอัพเดทบางสิ่งบางอย่างเฉพาะกล่ม คุณยังสามารถตั้งค่าเป็นกลุ่มเปิด หรือกล่มปิดก็ได้ แล้วแต่ความเหมาะสมครับ

และใน 1 Profile คุณสามารถสร้างได้หลาย Group ครับ

Page

ถ้าเพื่อนๆ ต้องการจะโปรโมท แบรนด์/ธุรกิจ/สินค้า ออกไปในวงกว้างแล้วล่ะก็ ลองใช้ส่วนที่เป็น Page ในการโปรโมทดูนะครับ เพราะ Page จะมีเครื่องมือในการทำ Marketing อยู่หลายอย่างด้วยกัน เช่น

  • ใครที่มากด Like ใน Page ของคุณ เราก็เรียกว่าเป็น Fan Page ของคุณ โดยที่คุณสามารถมี Fan Page ได้ไม่จำกัดจำนวน และคุณยังสามารถส่งข้อความอัพเดท สินค้า/บริการ/ข่าวสาร ให้กับ Fan Page ของคุณพร้อมๆ กันได้อีกด้วย
  • สามารถลงโฆษณา Pay-Per-Click (PPC) ใน Facebook เพื่อให้ผู้คนรู้จัก Page ของคุณ เพื่อเพิ่มปริมาณ Fan Page ได้
  • Facebook Page สามารถติด Search Engine ได้ ผู้คนสามารถมองเห็นหน้า Page ของคุณได้โดยไม่ต้อง Login เข้า Facebook ซึ่งเหมาะที่จะใช้ในการโปรโมทในวงกว้างสู่สาธารณะ
  • มีกราฟแสดงสถิติต่างๆ เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ และปรับปรุงการตลาดของคุณให้ดีขึ้น

Facebook Page Stats

และแน่นอนว่า ใน 1 Profile คุณสามารถสร้างได้หลาย Page ครับ

ผมอยากจะขอร้องเพื่อนๆ ที่กำลังทำ หรือคิดจะทำ การตลาดบน Facebook ว่า กรุณาอย่าทำแบบผิดวิธีครับ เพราะนอกจากมันจะไม่ได้ผลแล้ว อาจกระทบถึงชีวิตความเป็นอยู่ของคุณเองเลยก็ได้ครับ เพราะคุณอาจสร้างศัตรูขึ้นมามากมาย แล้วคุณจะอยู่แบบเป็นสุขได้อย่างนั้นหรือ? การทำ Marketing แล้วผู้คนรำคาญ ไม่พอใจ จะเรียกว่าเป็น Marketing ได้อย่างไร ฉะนั้นการทำ Facebook Marketing คุณควรใช้เครื่องมือให้เหมาะสมกับงาน ถ้าคุณใช้ของผิดประเภท ก็จะส่งผลเสียกับธุรกิจของคุณเอง ซึ่งไม่มีใครช่วยคุณได้นะครับ


คลิ๊กนี้มีความหมาย

Design by stylish template